6 ส.ค. 2558, 14:17 น.


20150806140117.jpg


         ภาพวาดล้ำค่าของปิกัสโซ่ที่ถูกเก็บซ่อนไว้กว่า 55 ปี และเรื่องราวของบุตรนอกกฎหมายและความสัมพันธ์เชิงชู้สาวระหว่างทหารรัสเซียและหญิงสาวชาวสกอตในช่วงสงครามเย็น ฟังดูเหมือนพล็อตในนิยายสายลับจากหนังฮอลลีวู้ด แต่มันกลับเป็นความลับในอดีตที่ถูกค้นพบโดย โดมินิค เคอร์รี่ ซึ่งอาศัยอยู่ในเมือง Methil ใกล้ๆ กับ Kirkcaldy ในเขต Fife ประเทศสกอตแลนด์ ในขณะที่เขากำลังทำความสะอาดห้องใต้หลังคา

        นายเคอร์รี่เชื่อว่าภาพวาดที่เขาคิดว่าเป็นฝีมือของศิลปินชาวสเปนชื่อดังนี้ ถูกมอบให้แก่แอนเน็ต แม่ของเขาหลังจากที่เธอตั้งท้อง ขณะไปเที่ยวพักผ่อนที่ช่วงวันหยุดที่ประเทศโปแลนด์ โดยในตอนนั้นแอนเน็ตเพิ่งจะมีอายุ 19 ปี  และตอนนี้ภาพวาดที่ว่านี้มูลค่ากว่าร้อยล้านปอนด์ในการประมูล ณ คริสตี้ส์ ออกชั้น เฮ้าส์

ายเซ็นต์บนภาพวาดที่โดมินิคพบในกระเป๋าเดินทางของแม่ของเขา

 

          พ่อของนายเคอร์รี่เป็นทหารชาวรัสเซีย ชื่อ นิโคลาย วลาดิมิโรวิช ทั้งแอนเน็ตและนิโคลายรู้ว่าพวกเขาไม่มีทางที่จะได้อยู่ด้วยกัน ดังนั้นเขาจึงมอบภาพวาดปิกัสโซ่ให้กับแอนเน็ต โดยหวังให้เธอขายภาพวาดนั้นแล้วนำเงินมาดูแลตัวเองและลูกน้อยที่กำลังจะเกิดมา แต่อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าแอนเน็ตคงไม่สามารถตัดใจที่จะขายภาพวาดนี้ได้ เธอจึงเลือกที่จะเก็บซ่อนมันไว้ในกระเป๋าเดินทางกว่าครึ่งศตวรรษ

         เมื่อประเมาณเดือนที่แล้ว Les Femmes d’Alger ภาพวาดในปี 1955 ของปิกัสโช่ ก็ได้ทำลายสถิติการประมูของคริสตี้ส์ ออกชั่น เฮ้าส์ โดยมันถูกขายในราคาถึง 115 ล้านปอนด์  

 

         นายเคอร์รี่ วัย 58 ปี กล่าวว่า “ผมเห็นม้วนผ้า และคิดว่ามันน่าจะเป็นภาพวาด จากนั้นผมจึงพบว่ามันเป็นม้วนผ้าใบอยู่ด้านใน ผมและลูกชายค่อยๆ เปิดมันออก และพบว่ามันเป็นภาพลวดลายทรงลูกบาศก์และสี่เหลี่ยม ผมคิดในใจว่า นี่มันคืออะไรกันแน่ เราต้องค่อยๆ คลี่มันออก เพราะมันถูกม้วนเอาไว้หลายสิบปี”

และสิ่งที่ทำให้เขาต้องตะลึงก็คือ ลายเซ็นต์ของปิกัสโซ่ซึ่งปรากฏอยู่ที่มุมขวาล่างของผ้าใบผืนนั้น


โดมินิค เคอร์รี่ และภาพวาดที่ถูกเก็บอยู่ในกระเป๋าเดินทางโดยไม่มีใครแตะต้องมากว่า 55 ปี

       นายเคอร์รี่กล่าวว่า “ผมคิดว่า ไม่ นี่ไม่น่าเป็นไปได้ จากนั้นทั้งผมและลูกชายต่างมองหน้ากันก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา และเราก็เริ่มที่จะพิจารณาภาพวาดนั้นอย่างจริงจัง ซึ่งมันทำให้เราทั้งสองตกตะลึง มันช่างเป็นช่วงเวลาที่แปลกประหลาด และเหมือนฝันจริงๆ”

       เคอร์รี่เพิ่งจะรู้ว่าใครคือพ่อผู้ให้กำเนิดเขาในปี 1998 สองปีก่อนที่แม่ของเขาจะเสียชีวิต โดยหลังจากคลอดลูกชาย แอนเน็ตและนิโคลาย ได้เจอกันเป็นครั้งคราว เมื่อแอนเน็ตเดินทางไปยังอีกฝั่งของ Iron Curtain และคงจะเป็นช่วงเวลาหนึ่งในการพบกันของทั้งสองที่นิโคลายตัดสินใจมอบภาพวาดนี้ให้แอนเน็ต เพราะรู้ว่าเธอคงจะลำบากไม่น้อยที่จะต้องเลี้ยงดูลูกชายโดยลำพัง

ภาพวาดที่โดมินิคพบในกระเป๋าเดินทาง (ซ้าย) เทียบกับภาพว่า Cubist อันโด่งดัง ของปิกัสโซ่ซึ่งถูกวาดขึ้นในปี 1910 ของอาร์ต ดีลเลอร์ ชื่อ แฮรี่ แดเนียล คาฮ์นวีเลอร์

           นายเคอร์รี่กล่าวว่า “ผมไม่คิดว่าแม่ของผมจะมีความรู้ด้านศิลปะ แม่ไม่เคยพูดคุยเรื่องศิลปะเลย เท่าที่ผมรู้ ชื่อของปิกัสโซ่คงจะยังไม่ได้รับการกล่าวถึง”

“พ่อของผมอาจจะอธิบายว่าภาพนี้คืออะไร แต่เมื่อแม่ของผมได้เห็นมัน เธอคงคิดว่ามันช่างเป็นสิ่งที่อัปลักษณ์ที่สุดที่เธอเคยเห็นมาในชีวิต เธอจึงไม่ได้สนใจมัน แต่ก็ไม่ได้โยนมันทิ้งไป”

แอนเน็ตและนิโคลายจบความสันพันธ์ทางไกลของทั้งคู่ในปี 1960 เมื่อแอนเน็ตได้พบและแต่งงานกับผู้ชายอีกคน  

ภาพวาดของเคอร์รี่กำลังได้รับการตรวจสอบโดยคริสตี้ส์ ออกชั่น เฮ้าส์ และเขากำลังรอฟังผลจากผู้เชี่ยวชาญอย่างใจจดใจจ่อ

เขากล่าวว่า “หากภาพของผมเป็นของจริง พ่อของผมคงอยากที่จะดูแลแม่และผมเป็นอย่างดีแน่ๆ ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมก็อยากจะจับมือทักทาย และพบกับท่านสักครั้ง”




ประเภท : ต่างประเทศ